คอลลาเจนไทพ์ 1 2 3 ต่างกันอย่างไร

เป็นเนื้อหาของบทความหรือสินค้าโดยละเอียด

กรุณาใส่ข้อความ …

คอลลาเจนไทพ์ 1 2 3 ผิวหนัง ข้อต่อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
ไทพ์ 1 ผิวหนัง · ไทพ์ 2 กระดูกอ่อนตามข้อ · ไทพ์ 3 ผิวหนังและหลอดเลือด
หมวด: คอลลาเจน · อ่าน 3 นาที · เรียบเรียงโดยทีมงาน MAX GLOBAL

คอลลาเจนไทพ์ 1 2 3 ต่างกันอย่างไร และเลือกอย่างไรให้ตรงเป้าหมาย

คอลลาเจนในร่างกายคนมีหลายสิบชนิด แต่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วไปมีสามไทพ์หลัก การเลือกให้ตรงไทพ์ช่วยให้ไม่จ่ายเงินผิดเป้าหมาย

ไทพ์พบมากที่นิยมใช้เพื่อ
Type Iผิวหนัง เอ็น กระดูกดูแลผิวและความยืดหยุ่น
Type IIกระดูกอ่อนตามข้อดูแลข้อต่อ
Type IIIผิวหนัง หลอดเลือดมักใช้คู่กับ Type I
สามไทพ์ที่ใช้จริงในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
IType Iผิวหนัง เอ็น กระดูก ใช้ดูแลผิวและความยืดหยุ่น
IIType IIกระดูกอ่อนตามข้อ ใช้ดูแลข้อต่อ
IIIType IIIผิวหนัง หลอดเลือด มักใช้คู่กับ Type I

ภาพประกอบ เลือกไทพ์ให้ตรงเป้าหมาย แล้วค่อยดูขนาดโมเลกุลและปริมาณต่อหน่วยบริโภค

สิ่งที่สำคัญกว่าไทพ์

  • ขนาดโมเลกุล คอลลาเจนเปปไทด์ที่ผ่านการไฮโดรไลซ์ให้โมเลกุลเล็กจะดูดซึมได้ดีกว่าเจลาตินทั่วไป มองหาคำว่า Hydrolyzed Collagen Peptide บนฉลาก
  • ปริมาณต่อวัน ดูกรัมจริงต่อหน่วยบริโภค ไม่ใช่ดูแค่ว่ามีคอลลาเจนผสมอยู่ สูตรที่ใส่มาเพียงไม่กี่ร้อยมิลลิกรัมต่อซองแทบไม่ต่างจากไม่ใส่
  • ตัวเสริม วิตามินซีมีบทบาทในกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย สูตรที่ใส่มาด้วยจึงออกแบบให้ทำงานร่วมกัน
  • แหล่งที่มา คอลลาเจนจากปลามีโมเลกุลเล็กกว่าจากวัวหรือหมู และเหมาะกับผู้ที่เลี่ยงเนื้อวัวหรือเนื้อหมูด้วยเหตุผลทางศาสนา

ทานอย่างไรให้เห็นผล

ผิวมีรอบผลัดเซลล์ราว 28 วัน การทานต่อเนื่อง 4 ถึง 8 สัปดาห์จึงเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่ทาน 3 วันแล้วเลิก แนะนำทานตอนท้องว่างก่อนนอน หรือก่อนอาหาร 30 นาที และดื่มน้ำให้เพียงพอ ควบคู่กับการกันแดดและการนอนหลับที่ดี เพราะแสงแดดและการอดนอนคือสองปัจจัยหลักที่ทำลายคอลลาเจนเดิมที่มีอยู่

ถ้าเป้าหมายคือผิว เลือก Type I และ III คู่กับวิตามินซี ถ้าเป้าหมายคือข้อ เลือก Type II และอย่าคาดหวังว่าตัวเดียวจะตอบทั้งสองเรื่อง

ดูคอลลาเจนทั้งหมด

เนื้อหานี้มีไว้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ผู้ที่แพ้อาหารทะเล ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนบริโภค

← กลับไปหน้าบทความสุขภาพ
Visitors: 365,349